ข่าวดีของคนขอสินเชื่อ เมื่อดอกเบี้ยลด แล้วการขอสินเชื่อผ่านหรือไม่ผ่าน วัดกันที่ตรงไหน

เห็นหลายธนาคารต่างพร้อมใจกันลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ประเภทอื่น ๆ รวมทั้งสินเชื่อต่างๆ ที่กู้ผ่านทางธนาคาร ได้รับประโยชน์ไปด้วย เรียกว่า เป็นโปรใหญ่สำหรับคนที่กำลังยื่นเอกสาร เพื่อขอสินเชื่อ แต่การขอสินเชื่อก็ไม่ได้ยากหรือง่ายจนเกินไป วันนี้ จึงขอพูดถึงการขอสินเชื่อว่า จะผ่าน หรือไม่ผ่าน ธนาคารดูอย่างไร

1.ประวัติทางการเงิน

เป็นด่านแรกที่ธนาคารจะพิจารณาว่า ควรส่งต่อใบขอสินเชื่อไปพิจารณาต่อ หรือจบที่ขั้นตอนนี้ แล้วปฏิเสธกับลูกค้าไป โดยผู้ที่ขอสินเชื่อ ต้องไม่มีประวัติเสีย ผิดนัดชำระหนี้ หรือเคยติด Blacklist มาก่อน โดยเราสามารถเช็คประวัติทางการเงินได้ที่

  1. ธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ เช่น ธนาคารกรุงศรี เช็คผ่าน internet banking ง่าย ๆ อยู่บ้านก็เช็คได้ เฉพาะบุคคลธรรมดาโดยอัตราค่าธรรมเนียมจะอยู่ที่ 150 บาท และทางบริษัทจะจัดส่งข้อมูลทางไปรษณีย์ไปให้ภายใน 7 วัน
  2. สถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง (ด้านในสถานี) เปิดให้บริการจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00 – 18.00 น. (ที่นี่จะให้บริการเฉพาะบุคคลธรรม)
  3. ห้างเจ-เวนิว ช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์ (นวนคร) เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00 – 19.00 น.

2.หลักประกันที่ยื่น พร้อมกับใบขอสินเชื่อ

เป็นตัวช่วยสำคัญที่ช่วยให้การขอสินเชื่อของเราง่ายขึ้น ถ้ามีหลักทรัพย์ค้ำประกันที่มั่นคง เช่น บ้าน รถ เป็นต้น เพราะหลักทรัพย์ค้ำประกันเหล่านี้ จะเพิ่มความมั่นใจให้กับธนาคาร ในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ ถ้ามูลค่าของหลักทรัพย์ค้ำประกันสูง ก็จะสามารถขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้น เช่น บ้านราคา 1 ล้านบาท กับ บ้านราคา 5 ล้านบาท เมื่อนำไปขอสินเชื่อ บ้านราคา 5 ล้านบาท จะขอได้ง่ายกว่า และได้วงเงินสินเชื่อที่ได้รับก็มากกว่าด้วย แต่บ้านราคา 1 ล้านบาท ไม่ใช่ไม่สามารถขอสินเชื่อได้ หรือขอได้ยาก ทุกหลักทรัพย์ที่มีมูลค่า สามารถขอสินเชื่อได้ แต่จะได้วงเงินที่ต่างกันไป

3. รายได้ หรืออาชีพที่มั่นคง

อีกหนึ่งหลักฐานสำคัญในการขอสินเชื่อ เพราะธนาคารต้องการทราบว่า ถ้าเราได้รับสินเชื่อไปแล้ว จะสามารถส่งคืนได้หรือไม่ ซึ่งความสามารถในการจ่ายคืน ขึ้นอยู่กับรายรับที่ได้รับในแต่ละเดือน ดังนั้น เมื่อขอสินเชื่อ ธนาคารจึงต้องการทราบรายได้ในแต่ละเดือน โดย ถ้าเป็นพนักงานบริษัท หรือมีเงินประจำ จะพิจารณา Statement ย้อนหลัง 3-6 เดือน แต่ถ้าเป็นเจ้าของธุรกิจ จะพิจารณา Statement ย้อนหลัง 6 เดือน

4. เอกสารประกอบการยื่นขอสินเชื่อ ต้องครบถ้วน

เมื่อมีการขอสินเชื่อ ผู้ยื่นขอจำเป็นต้องกรอกรายละเอียดใบยื่นขอสินเชื่อให้ครบถ้วน และจัดเตรียมเอกสารตามที่ธนาคารร้องขอ เพื่อนำเอกสารเหล่านั้นมาประกอบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ โดยเอกสารที่ต้องเตรียม เช่น
– สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
– สำเนาทะเบียนบ้าน
– สลิปเงินเดือนล่าสุด หรือย้อนหลัง 3-6 เดือน สำหรับผู้ที่มีรายได้ประจำ หรือรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน สำหรับเจ้าของกิจการ
– หลักทรัพย์ค้ำประกัน (เฉพาะการกู้ยืมบางประเภทเท่านั้น)
– หลักฐานอื่นๆ ตามที่ธนาคารร้องขอ เราต้องพร้อมที่จะจัดหาให้กับทางธนาคาร

ส่วนขั้นตอนในการขอสินเชื่อ อาจแตกต่างกันบ้างเล็กน้อยในแต่ละธนาคาร แต่ส่วนใหญ่ที่เหมือนกันคือ

1. ติดต่อกับทางธนาคาร เพื่อขอทราบรายละเอียดต่าง ๆ รวมทั้งอัตราดอกเบี้ย หรือประเภทของสินเชื่อ
2. กรอกใบขอสินเชื่อ และยื่นพร้อมเอกสารต่าง ตามด้านบนที่เคยกล่าวไปแล้ว
3. รอการพิจารณาจากทางธนาคาร บางครั้งอาจจะมีการติดต่อเราโดยตรงระหว่างการพิจารณา เพื่อสอบถามข้อมูลบางส่วน ก่อนตัดสินใจอนุมัติ
4. ถ้าสินเชื่อได้รับการอนุมัติ จะได้รับแจ้งจากทางธนาคารโดยทันที แต่ถ้าสินเชื่อไม่ผ่านการอนุมัติ จะได้รับจดหมายแจ้งภายหลัง

สิ่งที่ไม่ควรทำ เมื่อจะทำการสมัครขอสินเชื่อ ได้แก่
1. สมัคร โดยไม่ตรวจสอบประวัติทางการเงินของตัวเอง เพราะข้อมูลนี้สำคัญในการตัดสินใจอนุมัติหรือไม่
2. ยื่นหลักฐานการสมัครไม่ครบตามที่ธนาคารร้องขอ อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทางธนาคารจะนำไปประกอบการตัดสินใจ เพราะหลักฐานต่างๆ ที่ต้องยื่นนั้น ยื่นเพื่อให้ธนาคาตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ด้วยข้อมูลที่ครบถ้วน รอบด้าน
3. สมัครเพราะมีคนชักจูง โดยที่ไม่ได้มีความต้องการสินเชื่อ เพราะเมื่อรับเงินสินเชื่อมาแล้ว ธนาคารจะเริ่มคิดดอกเบี้ยทันที

ทั้งหมดนี้ เป็นบทความที่น่าจะช่วยให้คนที่ขอสินเชื่อ เข้าใจขั้นตอนมากขึ้น และผ่านฉลุยกันทุกคน ซึ่งแต่ละธนาคารต่างมีโปรโมชั่น หรืออัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อจูงใจลูกค้า เช่น ธนาคารกรุงศรี ปล่อยโปรสินเชื่อบุคคล ดอกเบี้ยต่ำสุด 9.99% ต่อปี ซึ่งถือว่าต่ำมาก ไม่ถึง 1% ต่อเดือน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ ล้วนจำเป็นอย่างยิ่งในการประกอบการตัดสินใจ ว่าจะยื่นขอสินเชื่อที่ธนาคารไหนดี ใครอยากรู้เรื่องสินเชื่อมากขึ้น ก็ลองเข้าไปอ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ https://www.krungsri.com/bank/th/KrungsriGuru/Loans.html นะครับ

ก่อนซื้อประกันรถยนต์ มาลองเทียบราคากันดีกว่า ว่าบริษัทไหนดีสุด คุ้มสุด

จองโรงแรมจ่ายเต็มกันทำไม ลดเพิ่มอีก 10% ทั่วโลก รับรหัสส่วนลดคลิกที่นี่  

Leave a Reply