เที่ยวฮ่องกงง่ายๆ ช้อปอย่างติดโปร ร้านไหนถูก ติดโปรมีบอก

กลับมารีวิวอีกครั้ง หลังจากครั้งก่อนพาไปตะลุยห้าง SOGO เรียกว่าลดกระหน่ำ จนห้างแตก ครั้งนี้ขอพาเข้าร้านเครื่องสำอาง น้ำหอม รองเท้า และแบรนด์เนมอื่นๆ ที่ทุกคนสามารถแตะต้องได้ ไม่ถึงกับแพงมาก และการไปครั้งนี้ เรียกว่าคุ้มเกินคุ้ม เพราะได้ของที่ต้องการเกือบครบ เมื่อรวมราคาแล้ว ถูกกว่าไทยมาก ใครแพลนอยากจะไปบ้าง ลองอ่านรีวิวไว้ และรอโปรตั๋วถูกๆ ได้เลย ออกมาบ่อย และไม่แพงเลย

วันที่ 1

ครั้งนี้ยังคงขอเกาะสายการบิน Thai AirAsia ไปฮ่องกงอีกครั้ง เพราะตั๋วถูกมาก โปรออกมาถี่ และที่สำคัญเวลาดี ทั้งไปและกลับ ทำให้ 3 วันที่อยู่ฮ่องกง ได้เที่ยวเต็มที่ โดยขาไป เครื่องบินออกเวลา 06.45 น. ก็ทำเว็บเช็คอิน (การเช็คอินด้วยตัวเองผ่านอินเตอร์เน็ต) แล้วไปที่เคาท์เตอร์ เพื่อโหลดกระเป๋าเท่านั้น ไม่ต้องรอคิวนาน จะได้มีเวลาไปช้อปด้านใน รอขึ้นเครื่อง


เมื่อโหลดกระเป๋าและรับ Boarding pass ก็ตรงไปยังเกท เพื่อรอขึ้นเครื่อง โดยสายการบินจะเรียกผู้โดยสารที่ซื้อบริการเสริมอย่าง Premium flex  ขึ้นเครื่องก่อน เพราะได้สิทธิ์เลือกที่นั่งแถวหน้าหรือแถวใดก็ได้บนเครื่อง จากนั้นตามด้วยผู้โดยสารท่านอื่นๆ

เดินไปถึงประตูเครื่องบิน ก็มีพนักงานต้อนรับส่งยิ้มให้มาแต่ไกลเลย แล้วมองหาที่นั่งตัวเอง แถว 3 เกือบหน้าสุด เก้าอี้สีแดง


เวลา 10.15 น. เครื่องบินก็แตะรันเวย์ สนามบินฮ่องกง และเดินทางเข้าเมืองด้วยรถบัส สาย A21 โดยค่าโดยสารเที่ยวละ HK$33 แต่ถ้าซื้อตั๋วที่เคาท์เตอร์ก่อนไปขึ้นรถแบบไป-กลับ จะถูกลง จ่ายแค่ HK$52 เท่านั้น

เมื่อฝากกระเป๋าที่โรงแรม ก็ออกลุยช้อปตอนเที่ยงเลย มีเวลาทั้งวัน สำหรับการช้อปปิ้งน้ำหอม ให้ตัวเอง และเครื่องสำอางให้พี่สาว โอกาสนี้ เลยถ่ายมาฝากขาช้อปกันด้วยเลย

ร้านแรก SASA เป็นร้านขายเครื่องสำอาง และน้ำหอม ที่มีสาขาเยอะมาก พอๆ กับร้านสะดวกซื้อบ้านเรา มีทุกถนน ร้านนี้จึงแนะนำให้มาแวะกันก่อน เพื่อนำราคาไปเปรียบเทียบกับร้านอื่น
ดูที่ตั้งแต่ละสาขาได้ที่ http://goo.gl/sJHTPi
**เกร็ดควรรู้ก่อนช้อป ร้าน SASA มีกระจายทั่วเกาะฮ่องกง สาขาที่ใหญ่ที่สุด อยู่ใต้โรงแรมโนโวเทล นาธาน ถนนนาธาน รถไฟใต้ดิน สถานี Jordan ที่นี่มีของให้เลือกเยอะมาก และของส่วนใหญ่ในร้านนี้ จะแพงกว่า Bonjour แนะนำว่าเดินเข้า 2 ร้าน เพราะมักตั้งใกล้กัน แล้วค่อยตัดสินใจซื้อ แต่ถ้าใครชอบความหลากหลายของสินค้า ต้องยกให้ร้าน SASA มีของให้เลือกเยอะที่สุด และบรรยากาศภายในร้านจะดีกว่า


  
  

ร้านต่อไป Bonjour แบบเดียวกับ SASA มีสาขาเยอะมาก ราคาก็ถูกเช่นกัน บางอย่างถูกกว่า SASA และบางอย่างก็แพงกว่า
ดูที่ตั้งแต่ละสาขาได้ที่ http://goo.gl/fzgLhb
** เกร็ดควรรู้ก่อนช้อป ใครตามหา Bioderma แวะเข้า Bonjour ได้เลย ถูกที่สุด และถ้าซื้อที่นี่ 2 ขวด จะเท่ากับซื้อในไทย 1 ขวด ดังนั้นใครมาแล้ว ขนกลับไปเลย ซื้อ 5-6 ขวด ก็คุ้มค่าตั๋วเครื่องบินแล้วครับ และอีกอย่างที่แอดมินชอบซื้อฝากคือ Estee Lauder อย่าง Estée Lauder Travel Exclusive Advanced Night Repair Face Serum + Eye Gel Crème 50ml + 15ml ที่ร้านนี้  HK$830 (ประมาณ 3,800 บาท) แต่ที่ไทย ร้านที่ถูกสุดๆ ก็ขาย 5,000 กว่าบาท


  
  

ต่อด้วย Colour Mix เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับ 2 ร้านแรก ร้านนี้อาจจะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเหมือน 2 ร้านแรก เนื่องจากสาขายังน้อย แต่อยากให้ลองเช็คราคาร้านนี้อีกร้าน ก่อนตัดสินใจซื้อ


  

และอีกร้าน Lung Shing Dispensary ตั้งอยู่ย่าน Tsim Sha Tsui ถนน Granville เป็นร้านที่ถ่ายรูปยากพอสมควร ราคาถูกเช่นกัน ใครต้องการจะมาเช็คราคาที่นี่ด้วย ก็จัดมาเลย


หลังจากนั้น ลุย Godwell ร้านดังเรื่องน้ำหอม เพราะราคาแรงมาก ถูกกว่าบ้านเราเยอะเลย มาที่นี่ซื้อ 2-3 ขวด ก็คุ้มแล้วครับ
** เกร็ดควรรู้ก่อนช้อป ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำหอม เช่น Calvin Klein ck be 200ml ที่นี่ขาย HK$165 (ประมาณ 700 บาท) แต่บ้านเราที่ที่ถูกที่สุดขาย 2,000 กว่าบาท แต่ถ้าไม่ชอบน้ำหอมขวดใหญ่ Tester เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ที่นี่มีครบและถูก ข้อดีของการซื้อ Tester คือ เงินจำนวนเท่ากัน แต่เราซื้อได้หลายกลิ่น แต่ละวันจะได้กลิ่นไม่ซ้ำ ซึ่งถ้าหาในไทย หายากมาก และแพงกว่ามาก


  
  
  

วันที่ 2

วันนี้พาไปช้อปรองผ้าใบ ไปถึงย่าน Mong Kok บนถนน Fa Yuen ก็ลุยสำรวจกันเลย มีทุกแบรนด์ หลากหลายรุ่น อยากได้รุ่นไหน ถนนสายนี้ มีเกือบหมด
** เกร็ดควรรู้ก่อนช้อป ย่านนี้เต็มไปด้วยรองเท้า และถ้าเลือกร้านไม่ดี อาจได้ของปลอม ดังนั้น ให้เข้าร้านของทางแบรนด์เอง ปลอดภัยที่สุด ไม่ต้องกังวลเรื่องของปลอม และย่านนี้ รุ่นไหนออกใหม่ เข้าช้อปที่นี่ก่อนเลย ซึ่งเร็วกว่าไทยแน่นอน ใครชอบตามเทรนด์รองเท้า ต้องมาที่ฮ่องกงและย่านนี้

เริ่มด้วยร้าน New Balance


  

ต่อด้วย Nike, Sketchers



 

ส่วน Adidas มีร้านหลายแบบมาก ใครสนใจรองเท้าประเภทไหน เข้าร้านนั้นเลย


 
และแบรนด์อื่นๆมากมาย ลดเยอะมาก


เดินทางไปง่ายๆ นั่ง MTR ลงสถานี Mong Kok แล้วออกทางออก D3 เดินออกมาถนน Argyle แล้วเลี้ยวเข้าถนน Fa Yuen

วันที่ 3

วันนี้ วันสุดท้ายของทริป แต่ยังไม่ถึงเวลาเดินทางกลับ เพราะเลือกกลับตอนค่ำ ได้เที่ยวอีกเต็มวัน ก็ไปช้อปกันต่อแถวถนนแคนตัน และห้าง Harbour City เป็นย่านที่รวมของแบรนด์เนมทุกแบรนด์ อยากแวะร้านไหน งบแค่ไหน เลือกได้เลย แต่สำหรับแอดมินแล้ว ขอแบรนด์ที่ราคาแตะต้องได้ อย่าง Zara, H&M, Uniqlo หรือ Muji ร้านที่แอดมินชอบมากที่สุด

วันนี้ Muji สาขา Harbour City ก็เพิ่งเปิดไปไม่นาน หลังปิดรีโนเวตครั้งก่อนที่แอดมินไป มาครั้งนี้ ได้เจอมุมใหม่ๆ อย่าง Meal&Cafe และยังมีสินค้าหลายๆ ย่างที่นำเข้ามาเพิ่ม ซึ่งมีมากกว่าอยู่ที่ไทยแน่นอน ส่วนราคา หลายอย่างที่เคยซื้อ ราคาถูกกว่าญี่ปุ่นด้วยนะครับ
** เกร็ดความรู้ก่อนช้อป สาขานี้ เหมือนยกร้านใหญ่ในญี่ปุ่นมาไว้ที่นี่ ของครบ และราคาถูกกว่าไทย ไปแล้วไม่ผิดหวัง ช้อปสนุกมาก ไม่ต้องไปไกลถึงญี่ปุ่น


  
  
ต่อด้วย H&M บนถนนแคนตัน แอดมินชอบสาขาที่ฮ่องกง เพราะเมื่อลดราคาแล้ว ถูกเหมือนแจกฟรี เคยได้เสื้อเชิ้ตทำงาน ราคาไม่ถึง 200 บาท วันนี้เลยขอไปดูอีกหน่อย เผื่อจะมีถูกๆ อีก ก็ไม่ผิดหวัง ได้มาหลายตัว
** เกร็ดควรรู้ก่อนช้อป หลายคนบอกที่ไทยก็มี ราคาไม่ต่างกัน แต่ที่ต่างคือเวลาลด ที่นี่ลดแรงมาก แนะนำว่าเข้าร้านนี้ วิ่งหาป้ายแดงก่อนเลย ถูกกว่าแน่นอน ส่วนป้ายดำ ป้ายขาว ปล่อยไปก่อน เดี๋ยวในไทยลด ค่อยจัด


  
แล้วไปดู Zara ต่อ กับคอลเลคชั่นใหม่ๆ ที่เรียกว่าเข้ามาทุกสัปดาห์ ช่วงนี้ อาจจะไม่ใช่ช่วงลดราคา แต่ราคายังพอแตะต้องได้ ถ้าใครสนใจช่วงลดราคา ต้องไปช่วงกลางเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม
** เกร็ดควรรู้ก่อนช้อป แบรนด์นี้เรียกว่าไม่ต่างจากไทยมากนัก แต่ถ้าถึงเวลาลด จัดเต็มมาก ต้องมาให้ได้เลยครับ ช่วงเซลล์ ประมาณ มิ.ย.-ก.ค. และ ธ.ค.



  
ช้อปเสร็จ ปิดภารกิจการช้อปปิ้ง ก็เดินไปรับกระเป๋าที่โรงแรม แล้วเกาะรถบัสสาย A21 ไปสนามบิน เมื่อไปถึงสนามบินก็เช็คอินกันเลย คนอาจจะเยอะ เพราะช่วงค่ำ สายการบินมี 2 เที่ยวบิน ห่างกัน 1 ชั่วโมง ใครตั้งใจจะเดินทางกลับค่ำๆ คงถูกใจเวลาบินของ Thai AirAsia

เมื่อทำการโหลดกระเป๋า โชคดีที่ตัดสินใจซื้อน้ำหนักสัมภาระเพิ่มก่อนเดินทาง 4 ชั่วโมง จนเต็มโควต้า 40 ก.ก. เพราะครั้งนี้ช้อปหนักจริงๆ ถ้าบินสายการบินอื่น สงสัยคงต้องจ่ายหนัก เพราะคิดราคาน้ำหนักเกินเป็นกิโลกรัม เผลอๆ อาจจ่ายหลายพันบาท


จบไปแล้ว สำหรับทริปสั้นๆ เวลาเที่ยวน้อย ลางานน้อยๆ บินไปเช้าสุดวันศุกร์ และกลับค่ำวันอาทิตย์ ได้เที่ยวเต็มที่ ซึ่งแอดมินใช้เวลาวางแผนเที่ยวน้อยมาก เพราะเมืองนี้เดินทางสะดวก มีบัตร Octopus ใบเดียว เดินทางได้ทั้งเกาะ และรถไฟเอง ก็เรียกว่าครอบคลุม หรือจะนั่งรถเมล์ก็สะดวก ไม่ต้องเดินเยอะ รีวิวการช้อปปิ้งครั้งนี้ อาจจะเป็นการช้อปน้อยร้าน แต่ว่า แต่ละร้านที่พาไป น่าช้อปแน่นอน ใครชอบของถูกและดี จัดตามกันได้เลย ซึ่งของใช้ที่แอดมินช้อปมา ส่วนต่างของราคาในไทย ทดแทนค่าตั๋วและโรงแรมได้เลย ทำให้การเดินทางครั้งนี้ คุ้มค่ามาก ได้เที่ยวเต็มที่ ได้ของที่อยากได้ครบ แต่จ่ายราคาเบาๆ

Screen Shot 2558-11-20 at 4.47.20 PM

ตารางเที่ยวบินของ Thai AirAsia สำหรับใครที่ชอบบินเช้า และกลับค่ำ ลองดูครับ ขาไป FD508 และขากลับชอบค่ำๆ ก็ FD505 หรือถ้าอยากช้อปถึง 1 ทุ่ม แล้วไปสนามบินดึก ก็ FD503 
FD508 DMK-HKG 06.35 – 10.15  FD509 HKG-DMK 10.45 – 12.30
FD504 DMK-HKG 15.35 – 19.20  FD505 HKG-DMK 19.50 – 21.40
FD502 DMK-HKG 17.20 – 21.05  FD503 HKG-DMK 21.35 – 23.20

อ่านถึงตอนนี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมฮ่องกงจึงถูกกว่าหลายๆที่
เนื่องจากฮ่องกง ถูกกำหนดมาให้เป็นเมืองค้าขาย และธุรกิจ สินค้าที่นำเข้ามาและขายในประเทศ ไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งเมืองปลอดภาษีมูลค่าเพิ่ม เวลาซื้อสินค้าที่ไหน ก็ต่างเป็น Duty free (ต่างจากบ้านเรา จะมีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)

แล้วฮ่องกงช้อปอะไรดีที่สุด เยอะเหลือเกิน
อย่างแรกเลย
น้ำหอม ถูกกว่าไทยเยอะจริงๆ เผลอๆ ต่างกันเท่าตัว ทั้ง Bvlgari, CK, Dior, Prada และอื่นๆ มากมาย และที่นิยมมากคือขนาด Tester เพราะสามารถซื้อได้หลายกลิ่น แต่ละวันฉีดไม่ซ้ำกลิ่น แบบนี้หาในไทยยากมาก
อย่างที่สอง เครื่องสำอาง สกินแคร์ แบรนด์ดังๆ มีหมด และถูกกว่าไทย เช่น Estee Lauder, SKII, Bioderma หรือแม้กระทั่งโฟมล้างหน้าจากญี่ปุ่น อย่าง Perfect Whip
อย่างที่สาม เสื้อผ้า แนะนำว่าซื้อช่วงลดราคาเท่านั้น เพราะลดเยอะ ซึ่งแต่ละร้านจะลดราคาต่างวันกันไป ถ้าใครเดินผ่านป้ายแดงๆ ลดราคา วิ่งเข้าไปดูเลย

ก่อนซื้อประกันรถยนต์ มาลองเทียบราคากันดีกว่า ว่าบริษัทไหนดีสุด คุ้มสุด

จองโรงแรมจ่ายเต็มกันทำไม ลดเพิ่มอีก 10% ทั่วโลก รับรหัสส่วนลดคลิกที่นี่  

One Comment

Leave a Reply